ลุยรื้อซากเรือขวางคลองรังสิตฯ
ปทุมธานี-ผู้ว่าฯ บูรณาการหลายหน่วยงาน ลุยรื้อซากเรือขวางคลองรังสิตฯ รับมือฤดูฝน
ผู้ว่าฯ เอกวิทย์ นำทีมบูรณาการหลายหน่วยงาน กู้ซากเรือเก่า-สิ่งล่วงล้ำลำน้ำช่วงสะพานแดง เพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำ พร้อมปรับทัศนียภาพคืนความสวยงามให้ชุมชน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 เมษายน 2569 นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่บริเวณสะพานแดง ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี เพื่อกำกับดูแลปฏิบัติการรื้อถอนและเก็บกู้ซากเรือเก่าที่เสื่อมสภาพและจมอยู่ในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการระบายน้ำและบดบังทัศนียภาพของเมือง ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีคณะผู้บริหารและหัวส่วนราชการเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย ว่าที่ร้อยตรี ธีระพล โชคนำชัย ปลัดจังหวัดปทุมธานี นายนพดล พลซื่อ นายอำเภอธัญบุรี ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต คณะทำงานสำนักช่าง ส่วนควบคุมการก่อสร้าง เทศบาลนครรังสิต ตัวแทนจากเทศบาลเมืองบึงยี่โถ และ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ (กรมชลประทาน)
โดยปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากการสำรวจและทำข้อตกลงร่วมกับภาคประชาชน โดยระบุพิกัดเป้าหมายสำคัญบริเวณ ซอยรังสิต-นครนายก 22 ซึ่งมีซากแพและเรือจมขวางทางน้ำ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานจนได้รับความร่วมมือจาก นางสาวเพ็ญศรี คล้ายวงศ์ เจ้าของแพที่จมอยู่ ซึ่งได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงยินยอมให้รื้อถอน (เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 69) เพื่อประโยชน์สาธารณะและความปลอดภัยของชุมชน โดยวัสดุที่ยังใช้การได้จะถูกนำไปส่งมอบคืน ณ บริเวณซอยรังสิต-นครนายก 13 ตามความประสงค์ของเจ้าของ
นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า "จังหวัดปทุมธานีให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูฝน การรื้อสิ่งล่วงล้ำลำน้ำไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องการระบายน้ำให้รวดเร็วขึ้นเพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่ง แต่ยังเป็นการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำอีกด้วย" นอกจากนี้ จังหวัดยังได้นำระบบ IoT (Internet of Things) มาใช้ในการบริหารจัดการน้ำควบคู่กัน เช่น การติดตั้งเซนเซอร์วัดระดับน้ำและความเร็วการไหล เพื่อให้การตัดสินใจเปิด-ปิดประตูระบายน้ำเป็นไปอย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับสิ่งปลูกสร้างหรือเรือทิ้งร้างอื่น ๆ ที่ยังเพิกเฉย ทางจังหวัดได้มอบหมายให้อำเภอและเทศบาลในพื้นที่ เข้าเจรจาขอความร่วมมือเป็นลำดับแรก หากยังไม่มีการเคลื่อนย้ายตามกำหนดเวลา จะดำเนินการตามระเบียบข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมและจัดระเบียบพื้นที่ลำคลองให้กลับมาสะอาด สวยงาม และปลอดภัยอย่างยั่งยืน
ข่าว สหรัฐ แก้วตา

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น